ผู้กองเบนซ์ งานเข้า! จวกคนโวยวิกฤตโควิดขี้เกียจ เจอชาวเน็ตจัดทัวร์ถล่ม

Thai

ผู้กองเบนซ์ งานเข้าแล้ว! หลังอัดคลิป เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก จวกคนโวยวิกฤตโควิด เพราะขี้เกียจ เจอชาวเน็ตจัดทัวร์ถล่ม วิจารณ์ตรรกะ และ ชุดความคิด

โลกออนไลน์เดือดอีกครั้ง เมื่อ ไลฟ์โค้ช (นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ) ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามมากว่า 2 ล้านคน อย่าง “ผู้กองเบนซ์” หรือ ร.ต.อ.สี่ทิศ อ่ำถนอม อดีตข้าราชการตำรวจ ทำคอนเท้นต์คลิปเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของตนเอง เมื่อช่วงวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา เนื้อหาในคลิปตอนหนึ่ง กล่าวถึงหลายคนต้องเผชิญความลำบากทางการเงินในตอนนี้ ส่วนหนึ่งเพราะไม่รู้จักลุกขึ้นมาทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ ในช่วงที่โรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่

“ผู้กองเบนซ์” หรือ ร.ต.อ.สี่ทิศ อ่ำถนอม อดีตข้าราชการตำรวจ

โดยในคลิปดังกล่าว มีเนื้อหาคร่าวๆดังนี้ “ช่วงโควิด แม่งมีไอเดียอะไรใหม่ๆ มีงานอะไรใหม่ๆ ให้มึงลองทำเยอะแยะหมดอะ แล้วแม่งสนุกด้วย แต่มึงแม่งไม่ทำกันเอง ยึดติด คิดลบ ขี้เกียจ ฟุ้งซ่าน กลัว มึงก็ติดอยู่แค่เนี้ย ไม่มีอะไรมากกว่าเนี้ย แล้วมึงก็เสพเข้าไปดิไอ้ Content สนับสนุนความกระจอกในตัวมึงอะ เสพเข้าไป เรียกหาความรับผิดชอบจากคนอื่นเข้าไป แล้วมึงก็นั่งดูว่าที่มึงชิบหายจะตายห่าอยู่ทุกวันเนี้ย มันเป็นเพราะวิกฤติหรือเป็นเพราะวินัยของมึง”

หลังการเผยแพร่คลิปดังกล่าวไม่กี่วัน เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ หรือได้ว่า “ทัวร์ลง” มาที่ตัวไลฟ์โค้ชชื่อดังผู้นี้ ทำเอาแฮชแท็ก #ผู้กองเบนซ์ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยเลยทีเดียว

เพจ Poetry of Bitch ได้สรุปเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั้งหมดไว้ได้กระชับ และน่าสนใจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1- “ผู้กองเบนซ์” ร.ต.อ.สี่ทิศ อ่ำถนอม อายุ 34 ปี เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตร

2- ต่อมาจับพลัดจับผลูมาทำสติ๊กเกอร์ไลน์ตำรวจ จนพบช่องทางที่สามารถสร้างรายได้มากกว่างานประจำหลายเท่า ด้วยการเปิดคอร์สสอนสร้างสติ๊กเกอร์ไลน์

3- จากนั้น ต่อยอดมาเปิดคอร์สออนไลน์สอนการทำตลาดและภาวะผู้นำ จนเริ่มมีคนเชิญไปพูดตามที่ต่าง ๆ จึงตัดสินใจลาออกจากตำรวจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อมาเอาดีในการเป็นไลฟ์โค้ชหรือเทรนเนอร์

4- ในขณะเดียวกันก็ได้เปิดเพจ “ผู้กองเบนซ์ – capt.benz” ขึ้น มีผู้ติดตามนับล้าน คอนเทนต์ของเพจมักจะเอาเรื่องธรรมะมาย่อยอธิบายเป็นคลิปสั้น ๆ โดยใช้คำพูดหยาบ ๆ แรง ๆ เพื่อเร้าอารมณ์ผู้ฟัง จนเกิดดราม่ามาแล้วหลายครั้ง

5- ตัวอย่างดราม่า เช่น เนื้อหามั่ว บิดเบือน ใช้คำพูดกดคนอื่นให้ต่ำหรือดูถูกเหยียดหยาม ตามมาด้วยอีกดราม่าคือ เมื่อมีคนทักท้วงหรือไม่เห็นด้วยก็จะถูกผู้กองเบนซ์บล็อกหรือแบนออกจากเพจ

6- ผู้กองเบนซ์เคยให้สัมภาษณ์เรื่องการใช้คำพูดแรงว่า “กูเป็นคนถ่อยอยู่แล้ว กูเป็นของกูอย่างนี้อยู่แล้ว ไปถามใครก็ได้ เราเรียบร้อยไม่ได้ เรียบร้อยแล้วอึดอัด” (อ้างอิง Manager Online 28 ก.พ. 63)

7- ส่วนเรื่องบล็อก ผู้กองเบนซ์ยอมรับว่าเขาเป็นนักบล็อกในตำนาน เพราะเขาสร้างเพจเหมือนสวนสาธารณะ ใครที่เข้ามาขี้กลางเลนจักรยาน ก็ต้องให้ รปภ.ลากออกไปแล้วแปะป้ายห้ามเข้า

8- ส่วนดราม่าล่าสุดที่ทำให้แฮชแท็ก #ผู้กองเบนซ์ ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ประเทศไทย เกิดจากคลิปที่โพสต์ในเพจเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563

9- ในคลิปดังกล่าวผู้กองเบนซ์พูดถึงช่วงโควิด-19 ว่ามีโอกาสมากมายรออยู่ แต่หลายคนกลับยึดติด คิดลบ ขี้เกียจ ฟุ้งซ่าน เสพแต่คอนเทนต์ที่ปลุกความกระจอกในตัวเอง เอาแต่เรียกหาความรับผิดชอบจากคนอื่น ให้กลับมาคิดว่าที่ฉิบหายทุกวันนี้เป็นเพราะวิกฤตหรือเป็นเพราะวินัยของมึงกันแน่

10- โดยผู้กองเบนซ์ได้ยกตัวอย่างผับที่ประเทศจีนซึ่งเปิดออนไลน์และให้คนร่วมสนุกมาจากบ้าน แล้วแนะนำให้คนที่ตกงานมองหาช่องทางต่าง ๆ ในการหาเงิน เช่น สมัครขับรถส่งอาหาร เปิดเพจ เปิดช่องยูทูบ ทำอาหารขายออนไลน์ เย็บหน้ากากอนามัยขาย รับทำความสะอาด-ฆ่าเชื้อเสื้อผ้า ฯลฯ

** ฟังคลิป **

11- แม้หลายคนจะมองว่าเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยปลุกใจ แต่อีกหลายคนก็มองว่าเป็นการพูดซ้ำเติมคนที่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีต้นทุน ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต ตอนนี้หลายคนจะใช้จะกินในแต่ละวันยังแทบไม่มี

12- ดราม่านี้ยังถูกโยงไปพูดถึงอาชีพไลฟ์โค้ชว่าเป็นอาชีพที่หากินกับความฝันและความหวังของคนอื่นหรือไม่ และในความเป็นจริงไม่มีใครประสบความสำเร็จจากการให้คนอื่นมาโค้ชชีวิตให้ มีแต่โค้ชเท่านั้นที่รวยเอา ๆ

13- นอกจากนี้ยังมีคนยกคำกล่าวของ “เจเค โรว์ลิ่ง” ผู้เขียน Harry Potter ซึ่งทวีตเกี่ยวกับไลฟ์โค้ชที่ตำหนิคนที่ไม่เอาช่วงเวลานี้มาหารายได้เสริมหรือพัฒนาตัวเองว่า คนแต่ละคนมีปัญหาในชีวิตไม่เหมือนกัน การไปด่าว่าคนอื่นว่าขี้เกียจหรือขี้แพ้ ไม่ใช่การสร้างแรงบันดาลใจ แต่มันคือการดูถูกเหยียดหยาม ขอให้เลิกทำแบบนี้เสีย

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นดราม่าทัวร์ลงนั้น ก็ยังมีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งอยากทราบเจตนาที่แท้จริงของไลฟ์โค้ชผู้นี้ ว่าต้องการจะสื่อถึงอะไร หรืออาจจะเป็นเพียงการตีความที่ไม่ตรงกับเจตนาของเจ้าตัว ที่ต้องการจะสื่อสาร คาดว่าต้องรอทาง “ผู้กองเบนซ์” ได้ชี้แจงต่อสังคมต่อไป